Vendra เทียบกับ Excel และ Google Sheets สำหรับจัดการค่าเช่าแผงตลาด
เปรียบเทียบการใช้ Excel หรือ Google Sheets จัดการตลาดนัดกับระบบจัดการตลาดโดยเฉพาะ ตามข้อเท็จจริง ทั้งจุดที่ตารางทำได้ดีและจุดที่เริ่มไม่พอเมื่อตลาดโต
Excel และ Google Sheets เป็นเครื่องมือที่เจ้าของตลาดจำนวนมากใช้อยู่ และใช้ได้ดีในหลายกรณี หน้านี้ไม่ได้บอกว่าตารางแย่ แต่เทียบให้เห็นว่างานจัดการตลาดแต่ละอย่าง ตารางทำได้แค่ไหน และระบบที่ออกแบบมาเพื่อตลาดโดยเฉพาะต่างตรงไหน เพื่อให้เลือกได้ตามขนาดตลาดของคุณ
ภาพรวมการเปรียบเทียบ
| งาน | Excel / Google Sheets | Vendra |
|---|---|---|
| ต้นทุนเริ่มต้น | ฟรีหรือมีอยู่แล้ว | มีแพ็กเกจฟรี และแพ็กเกจเสียเงินตามขนาด |
| ทะเบียนแผงและผู้เช่า | ทำได้ดี ยืดหยุ่นสูง | ทำได้ มีโครงสร้างตายตัว |
| ผังตลาดแสดงแผงว่าง | ต้องวาดเองและอัปเดตเอง | สร้างจากข้อมูลแผงและสัญญาอัตโนมัติ |
| บันทึกรับเงินจากหน้างาน | ทำได้บนมือถือ แต่ต้องหาแถวเอง | เลือกแผงแล้วบันทึก ออกใบเสร็จทันที |
| เลขที่ใบเสร็จต่อเนื่อง | ต้องดูแลเอง เสี่ยงซ้ำเมื่อหลายคนใช้ | ระบบออกเลขให้ ไม่ซ้ำไม่ข้าม |
| รวมค่าน้ำค่าไฟเข้าบิล | ต้องเขียนสูตรและดูแลสูตร | คำนวณจากเลขมิเตอร์ให้อัตโนมัติ |
| รู้ว่าใครค้างเท่าไร | ทำได้ถ้าออกแบบตารางดีและอัปเดตทุกวัน | แสดงทันทีจากรายการรับเงิน |
| เตือนผู้เช่าก่อนครบกำหนด | ต้องพิมพ์ส่งเอง | ส่งผ่าน LINE อัตโนมัติ (แพ็กเกจเริ่มต้น) |
| หลายคนใช้พร้อมกัน | Sheets ทำได้ Excel ไฟล์เดียวลำบาก | ทำได้ แยกบัญชีและสิทธิ์ต่อคน |
| รู้ว่าใครแก้อะไร | Sheets มีประวัติเวอร์ชัน ดูย้อนยาก | บันทึกกิจกรรมต่อรายการ (ดูย้อนหลังในแพ็กเกจโปร) |
| ผู้เช่าดูข้อมูลตัวเอง | ทำไม่ได้ ต้องถามตลาด | พอร์ทัลผู้เช่า (แพ็กเกจเริ่มต้น) |
| ปรับแต่งตามใจ | สูงมาก | จำกัดตามที่ระบบมี |
ตารางเหมาะกับตลาดแบบไหน
ตารางเป็นเครื่องมือที่ดีมากเมื่อ
- ตลาดมีแผงไม่เกินราว 30 ถึง 50 แผง และเจ้าของเก็บเงินเองทุกแผง
- เก็บค่าเช่าแบบเดียว เช่น รายเดือนอย่างเดียว ไม่มีค่าน้ำค่าไฟตามมิเตอร์
- รับเงินสดเป็นหลัก ไม่ต้องจับคู่สลิปโอนหลายสิบใบต่อวัน
- ต้องการปรับรูปแบบตารางเองบ่อย หรือมีวิธีคิดที่ไม่เหมือนใคร
- ไม่ต้องการให้ผู้เช่าเข้าถึงข้อมูลเอง
ในกรณีเหล่านี้ ตารางที่ออกแบบดีให้ผลใกล้เคียงระบบ และไม่มีค่าใช้จ่าย
Excel และ Google Sheets ไม่ใช่เครื่องมือที่แย่ เป็นเครื่องมือทั่วไปที่ยืดหยุ่นและคนคุ้นเคย การเลือกขึ้นกับขนาดตลาด จำนวนคนที่ใช้ และงานที่ต้องทำซ้ำทุกเดือน ไม่ใช่ว่าตัวไหนดีกว่าในทุกกรณี
จุดที่ตารางเริ่มไม่พอ
จากที่คุยกับเจ้าของตลาดที่ย้ายมาจากตาราง จุดเปลี่ยนมักเป็นหนึ่งในสี่ข้อนี้
1 มีคนบันทึกมากกว่าหนึ่งคน
เมื่อพนักงานสองคนเก็บเงินพร้อมกัน ไฟล์ Excel เครื่องเดียวทำไม่ได้ Google Sheets ทำได้แต่ทุกคนแก้ได้ทุกช่อง ลบแถวผิดหรือพิมพ์ทับสูตรโดยไม่รู้ตัว และไม่รู้ว่าใครเป็นคนแก้ ระบบจัดการตลาดแยกบัญชีและสิทธิ์ผู้ใช้ต่อคน พนักงานบันทึกรับเงินได้แต่แก้ค่าเช่าหรือลบรายการไม่ได้
2 ค่าน้ำค่าไฟตามมิเตอร์
สูตรคำนวณหน่วยจากเลขมิเตอร์รอบก่อนและรอบนี้ทำได้ในตาราง แต่ต้องดูแลสูตรทุกเดือนและทุกครั้งที่เพิ่มแผง ความผิดพลาดที่พบคือสูตรอ้างผิดแถวหลังจากแทรกแถวใหม่ อ่านรายละเอียดในวิธีคิดค่าน้ำค่าไฟแผงตลาด
3 ใบเสร็จและเลขที่
ตารางบันทึกว่ารับเงินแล้ว แต่ไม่ได้ออกใบเสร็จให้ ต้องเขียนมือแยก และเลขที่ใบเสร็จในเล่มกับในตารางมักไม่ตรงกัน ระบบออกใบเสร็จจากรายการรับเงินโดยตรง เลขจึงต่อเนื่องเสมอ
4 การเตือนผู้เช่า
ตารางบอกได้ว่าใครค้าง แต่ไม่ได้ส่งข้อความหาใคร เจ้าของต้องเปิดตาราง คัดชื่อ แล้วพิมพ์ส่งทีละคน ที่ 100 แผง งานนี้กินเวลาวันละหลายชั่วโมง ระบบส่งแจ้งเตือน LINEตามรอบชำระให้เอง และส่งเฉพาะคนที่ยังไม่จ่าย
ย้ายจากตารางยากไหม
ไม่ยาก ถ้าตารางเดิมมีหนึ่งแถวต่อหนึ่งแผงและหนึ่งแถวต่อหนึ่งผู้เช่า ระบบส่วนใหญ่รวมถึง Vendra นำเข้าจากไฟล์ .xlsx หรือ .csv ได้โดยตรง ขั้นตอนเตรียมไฟล์อยู่ในย้ายข้อมูลผู้เช่าและแผงจาก Excel เข้าระบบ และข้อมูลใน Vendra ก็ส่งออกเป็น CSVกลับไปใช้ในตารางได้ทุกแพ็กเกจ จึงไม่ได้ถูกล็อกไว้กับระบบ
สรุป
ถ้าตลาดเล็ก คนเดียวเก็บเงิน และไม่มีค่าน้ำไฟตามมิเตอร์ ตารางยังเป็นทางเลือกที่ดีและไม่มีค่าใช้จ่าย เมื่อเริ่มมีพนักงานหลายคน มิเตอร์ ใบเสร็จจำนวนมาก หรืออยากให้ระบบเตือนผู้เช่าแทน จุดนั้นคือเวลาที่ระบบจัดการตลาดคุ้มค่า Vendra มีแพ็กเกจฟรีให้ลองกับตลาดจริงก่อนตัดสินใจ ดูรายละเอียดได้ที่หน้าแพ็กเกจ